คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ
ผลการดำเนินงาน

ภาพรวมผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

ในปี 2559 บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานเท่ากับ 18.23 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.40 ของรายได้รวมและได้รวมรายการขาดทุนจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สินเท่ากับ 4.46 ล้านบาท ขาดทุนจากการด้อยค่าทรัพย์สินเท่ากับ 3.87 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชี ทั้งนี้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเท่ากับ 20.85 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงในการผลิต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากการปรับเพิ่มพนักงานในฝ่ายขายและการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มคำสั่งซื้อ และค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการปรับอัตราผลตอบแทนพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารอื่นเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าปัจจัยที่มีผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทจะเกี่ยวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งมั่นและใช้วิธีการและแนวทางเพื่อรักษามาตรฐานการผลิตซึ่งรวมถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และกำลังการผลิตให้คงที่ พร้อมกับควบคุมต้นทุนของผลิตภัณฑ์โดยรวม ในส่วนของลูกค้าบริษัทมุ่งเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้ได้รับความพึงพอใจและมั่นใจในคุณภาพและปริมาณในการจัดส่งที่ตรงต่อเวลา และเข้ารวมเป็นสมาชิกของสมาคมและองค์กรต่างๆเพื่อขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้นรวมถึงขยายกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปรับปรุงเทคโนโลยีในการผลิตให้ทันสมัยและเป็นที่ยอมรับในระดับสูงขึ้นไป

รายได้

ในปี 2559 รายได้รวมของบริษัทเท่ากับ 414.58 ล้านบาท ลดลง จากปี 2558 เท่ากับ 12.38 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 2.90 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อลง

รายได้จากการขายและบริการ

บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งแบ่งตามประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมดังนี้ ในปี 2559 รายได้จากการขายและบริการในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ลดลงจากปี 2558 เท่ากับ 8.45 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 2.95 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อลง ในปี 2559 รายได้จากการขายและบริการในกลุ่มอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ ลดลงจากปี 2558 เท่ากับ 2.17 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 3.41 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รายได้จากลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับ 39.44 ล้านบาท 47.94 ล้านบาท และ 43.55 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.82 ร้อยละ 11.23 และร้อยละ 10.50 ของรายได้รวมตามลำดับและรายได้จากลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลเกษตรและอื่นๆในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับ 25.84 ล้านบาท 19.06 ล้านบาท และ 24.45 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 7.09 ร้อยละ 4.43 และร้อยละ 5.89 ของรายได้รวมตามลำดับ ยอดรายได้ในกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งสองนี้ ในแต่ละปียังคงที่ ซึ่งอาจไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวโดยตรง

รายได้อื่น

ในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีรายได้อื่นจำนวน 7.61 ล้านบาท 6.45 ล้านบาท และ 4.11 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้รวม ร้อยละ 2.09 ร้อยละ 1.50 และร้อย 1.00 ของรายได้รวมตามลำดับ โดยรายได้อื่นของบริษัท ได้แก่ รายได้จากการขายเศษวัตถุดิบจากการผลิต กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง กำไร(ขาดทุน)จากการตัดจำหน่ายทรัพย์สิน กำไร (ขาดทุน) จากการตีมูลค่าสินค้าลดลง ดอกเบี้ยรับ และรายได้อื่น เป็นต้น

ต้นทุนขาย และกำไรขั้นต้น

ในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีต้นทุนขายรวม 321.50 ล้านบาท 352.44 ล้านบาท และ 349.29 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 90.08 ร้อยละ 83.81 และร้อยละ ในแบบแสดงรายการประจำปี 2559 (56-1)85.10 ของรายได้รวมตามลำดับ ส่งผลให้ในปี 2557 ปี 2558 และปี 255ในแบบแสดงรายการประจำปี 2559 (56-1)9 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น ร้อยละ 9.92 ร้อยละ 16.19 และร้อยละ 14.90 ตามลำดับ ต้นทุนขายผันแปรตามยอดขายของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตามในส่วนของต้นทุนการผลิตได้รวมต้นทุนคงที่ด้วย

ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขาย

ในปี 2559 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นจากปี 2558 คิดเป็นร้อยละ 5.77 เนื่องจากการปรับเพิ่มทีมงานฝ่ายขายและการตลาดเพื่อเจาะตลาดและหาฐานลูกค้าต่างประเทศเพิ่มเติม

ค่าใช้จ่ายในการการบริหาร

ปี 2559 ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเท่ากับ 14.48 ล้านบาท หรือร้อยละ 25.20 ซึ่งได้รวมรายการทางบัญชีเกี่ยวกับรายการหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 4.47 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.78 รายการขาดทุนจากด้อยค่าของทรัพย์สินจำนวน 3.87 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.74 และค่าใช้จ่ายคงที่ในปี 2559 บางรายการได้ปรับเพิ่มขึ้น เช่นผลตอบแทนพนักงาน

ภาษีเงินได้

ภาษีเงินได้สำหรับปี ประกอบด้วย ภาษีเงินได้ปัจจุบันและภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ภาษีเงินได้ปัจจุบันและภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีรับรู้ในกำไรหรือขาดทุน เว้นแต่ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีในส่วนที่เกี่ยวกับรายการที่บันทึกในส่วนของผู้ถือหุ้นให้รับรู้ในกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น บริษัทได้คำนึงถึงผลกระทบของสถานการณ์ทางภาษีที่ไม่แน่นอนและอาจทำให้จำนวนภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นและมีดอกเบี้ยที่ต้องชำระบริษัทเชื่อว่าได้ตั้งภาษีเงินได้ค้างจ่ายเพียงพอสำหรับภาษีเงินได้ที่จะจ่ายในอนาคตซึ่งเกิดจากการประเมินผลกระทบจากหลายปัจจัย รวมถึง การตีความทางกฎหมายภาษีและจากประสบการณ์ในอดีต การประเมินนี้อยู่บนพื้นฐานการประมาณการและข้อสมมติฐานและอาจเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต ข้อมูลใหม่ ๆ อาจทำให้บริษัทเปลี่ยนการตัดสินใจโดยขึ้นอยู่กับความเพียงพอของภาษีเงินได้ค้างจ่ายที่มีอยู่ การเปลี่ยนแปลงในภาษีเงินได้ค้างจ่ายจะกระทบต่อค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ในงวดที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ในการกำหนดมูลค่าของภาษีเงินได้ปัจจุบันและภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีและหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีสามารถหักกลบได้เมื่อกิจการมีสิทธิตามกฎหมายที่จะนำสินทรัพย์ภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบันมาหักกลบกับหนี้สินภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบันและภาษีเงินได้นี้ประเมินโดยหน่วยงานจัดเก็บภาษีหน่วยงานเดียวกันสำหรับหน่วยภาษีเดียวกันหรือหน่วยภาษีต่างกัน สำหรับหน่วยภาษีต่างกันนั้นกิจการมีความตั้งใจจะจ่ายชำระหนี้สินและสินทรัพย์ภาษีเงินได้ของงวดปัจจุบันด้วยยอดสุทธิหรือตั้งใจจะรับคืนสินทรัพย์และจ่ายชำระหนี้สินในเวลาเดียวกัน สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจะบันทึกต่อเมื่อมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่ากำไรเพื่อเสียภาษีในอนาคตจะมีจำนวนเพียงพอกับการใช้ประโยชน์จากผลแตกต่างชั่วคราวดังกล่าว สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจะถูกทบทวน ณ ทุกวันสิ้นรอบระยะเวลารายงานและจะถูกปรับลดลงเท่าที่ประโยชน์ทางภาษีจะมีโอกาสถูกใช้จริง ปี 2559 บริษัทคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราที่กำหนดโดยกรมสรรพากรจากกำไรทางบัญชีหลังปรังปรุงเงื่อนไขบางประการตามที่ระบุในประมาลรัษฎากร บริษัทบันทึกภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในแต่ละปีและบันทึกภาระส่วนที่เป็นหนี้สินในงบแสดงฐานะทางการเงิน และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีวัดมูลค่าโดยใช้อัตราภาษีที่คาดว่าจะใช้กับผลแตกต่างชั่วคราว ทั้งนี้ได้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 42) พ.ศ. 2559 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2559 ให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป ทั้งนี้บริษัทได้คำนวณประมาณการผลกระทบสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเท่ากับ 4.00 ล้านบาท และหนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเท่ากับ 4.00 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทไม่มีภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีคงเหลือจากการคำนวณ บริษัทจึงรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายภาษีเงินในงบกำไรขาดทุนสำหรับปีจากการเปลี่ยนแปลงผลแตกต่างชั่วคราวที่ได้เท่ากับ 5.38 ล้านบาท ที่เกิดจากการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีตั้งแต่ปี 2557 ที่คงเหลืออยู่ (ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 12 และข้อ 24)

อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

สำหรับอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในปี 2559 ลดลงจากงวดเดียวกันในปี 2558 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ด้านธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัว ส่งผลให้ผลการดำเนินในรอบปี 2559 มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

ฐานะทางการเงิน

สินทรัพย์

บริษัทมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 เป็นมูลค่า 344.99 ล้านบาท 332.88 ล้านบาทและ304.238 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้สินทรัพย์ของบริษัทมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ สินทรัพย์หมุนเวียน ณ สิ้นปี 2557 ปี 2558 และปี 2559เท่ากับ 116.93 ล้านบาท 125.73 ล้านบาท และ124.30 ล้านบาทตามลำดับ หรือคิดเป็น ร้อยละ 33.89 ร้อยละ 37.78 และร้อยละ 40.86ของสินทรัพย์รวมของบริษัท ตามลำดับ ซึ่งสินทรัพย์หมุนเวียนส่วนใหญ่ของบริษัทประกอบด้วยลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น และสินค้าคงเหลือเป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามลักษณะของธุรกิจโรงงานผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย ซึ่งรายการสินทรัพย์หมุนเวียนดังกล่าวจะปรับตัวไปในทิศทางเดียวกันกับยอดขาย ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ของบริษัทส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ บริษัทมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ณ สิ้น ปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับ 218.06 ล้านบาท 207.09 ล้านบาทและ 179.94 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 65.09 ร้อยละ 62.22 และร้อยละ 59.14 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ

สินทรัพย์หมุนเวียนประกอบด้วย

เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

บริษัทมีเงินสดและเงินฝากธนาคารเพื่อดำเนินงาน คงเหลือ ณ สิ้นปี 2557 ปี2558 และปี 2559 เท่ากับ 7.02 ล้านบาท 25.17 ล้านบาท และ 21.68 ล้านบาท ในปี 2558 มีเงินสดคงเหลือเพิ่มขึ้นจากปี 2557 เท่ากับ 18.15 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากบริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานในปี 2557 เท่ากับ 21.90 ซึ่งสูงกว่าปี 2558 ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว แม้ในปี 2558 และ 2559 บริษัทมีเงินสดคงเหลือเท่ากับ 25.17 ล้านบาท และ 21.68 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการชำระหนี้ที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยก็ตาม แต่บริษัทคงเงินสำรองนี้ไว้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินการ ที่จำเป็นเช่น การชำระเจ้าหนี้การค้าค่าสินค้าตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้บริษัทได้ประเมินผลกระทบที่อาจมีขึ้นหากไม่ชำระตามเงื่อนไขที่ตกลงกันซึ่งอาจรุนแรงกว่า

ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น และค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

ณ สิ้นปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นสุทธิจำนวน 49.99 ล้านบาท 46.48 ล้านบาทและ 53.59 ล้านบาท ตามลำดับ โดยในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีอัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้าเท่ากับ 7.03 เท่า 8.72 เท่าและ 8.42 เท่า ตามลำดับ บริษัทมีนโยบายการให้เครดิตหรือระยะเวลาในการรับชำระจากลูกค้าระหว่าง 30 ถึง 60 วัน ซึ่งบริษัทจะพิจารณาการให้ระยะเวลาการชำระหนี้ของลูกค้าจากยอดการสั่งซื้อ และฐานะทางการเงินของลูกค้าแต่ละราย บริษัทบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ โดยประมาณการหนี้ที่อาจเกิดขึ้นจากการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ตามเงื่อนไขการชำระเงิน ทั้งนี้ในการประมาณการบริษัทคำนึงถึงประสบการณ์การเก็บเงินในอดีต อายุของหนี้ที่คงค้าง และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น โดยพิจารณาจากลูกหนี้ที่มีอายุการชำระหนี้เกิน 365 วัน และไม่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งพิจารณาเป็นรายๆ และจะใช้อัตราการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญร้อยละ 100 จากยอดหนี้คงค้างทั้งหมด

สินค้าคงเหลือ

ในปี 2559 สินค้าคงเหลือสุทธิเท่ากับ 39.20 ล้านบาท โดย ซึ่งมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับปี 2558 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศด้านธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัว ผู้ผลิตยานยนต์ลดกำลังการผลิตลงส่งผลให้ลูกค้าเลื่อนคำสั่งซื้อออกไป บริษัทมีอัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือใน 2557 ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับ 7.28 เท่า 7.50 เท่า และ 8.12 เท่าตามลำดับ อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือของบริษัทมีความคล่องตัวซึ่งสามารถจำหน่ายออกไปได้เร็ว โดยในแต่ละปีไม่มีความแตกต่างกันมากนัก บริษัทไม่มีสินค้าล้าสมัย ค้างนาน หรือเสื่อมคุณภาพเกิดขึ้น จะเห็นได้จากนโยบายการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าสำหรับสินค้าเสื่อมคุณภาพ เสียหาย ล้าสมัย หรือ ค้างนาน บริษัทพิจารณาจากมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value) ซึ่งจะพิจารณาจากส่วนต่างของต้นทุนกับราคาขาย ซึ่งบริษัท จะทำการบันทึก มูลค่าขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าลดลง เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนอย่างไรก็ตามบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วน ซึ่งชิ้นส่วนเสนอขายจะมีลักษณะเฉพาะสำหรับสินค้าของลูกค้าในแต่ละรุ่น ส่งผลให้ค่าเผื่อมูลค่าของสินค้าลดลงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำปี 2557 ปี 25578 และปี 2559 บริษัทมีการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าเท่ากับ 3.10 ล้านบาท 1.02 ล้านบาทและ 1.15 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อสินค้าคงเหลือสุทธิเท่ากับ ร้อยละ 6.57 ร้อยละ 2.18 และร้อยละ 2.93 ตามลำดับ

สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น

ณ สิ้นปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียอื่นจำนวน 12.71 ล้านบาท 7.24 ล้านบาท และ 9.82 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งประกอบด้วย เงินจ่ายล่วงหน้าค่าแม่พิมพ์ ที่บริษัทได้รับการว่างจ้างเพื่อให้จัดหาแม่พิมพ์เพื่อผลิตชิ้นงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทได้เรียกเก็บเงินมัดจำแม่พิมพ์จากลูกค้าด้วยโดยบันทึกอยู่ในหนี้สินหมุนเวียนอื่น เพื่อนำไปว่าจ้างผู้ผลิตแม่พิมพ์ต่อไป ภาษีมูลค่าเพิ่มรอใบกำกับภาษีและรอเครดิต และค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละปีตามการค้าปกติ (ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 8)

ที่ดินอาคารและอุปกรณ์

ณ สิ้น ปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิรวมจำนวน 193.43 ล้านบาท 187.55 ล้านบาทและ 170.89 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนต่อสินทรัพย์รวมเท่ากับ ร้อยละ 57.74 ร้อยละ 56.35 และร้อยละ 56.17 ตามลำดับ ผลแตกต่างเกิดจากการตัดจำหน่ายค่าเสื่อมราคาประจำปี และตัดจำหน่ายทรัพย์สินที่ไม่สามารถใช้งานได้ รวมทั้งการลงทุนในทีดินและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตและการขยายงานในอนาคตด้วย ซึ่งในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เท่ากับ 19.13 ล้านบาท 15.81 ล้านบาท และ 14.23 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับปี 2559 บริษัทได้ทำการประเมินเครื่องจักรโดยผู้ประเมินอิสระ มีหลักเกณฑ์และวิธีการตามมาตรฐานวิชาชีพของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์แห่งประเทศไทยโดย วิธีวิเคราะห์มูลค่าจากต้นทุน (Cost Approach) ซึ่งทำให้ราคาประเมินเครื่องจักรมูลค่าทางบัญชีเท่ากับ 79.92 ล้านบาทมีราคาประเมินเท่ากับ 89.06 ล้านบาท อย่างไรก็ตามราคาในการประเมินรวมจะสูงกว่ามูลค่าทางบัญชีก็ตาม จากรายงานผู้ประเมินพบว่ารายการเครื่องจักรที่นำมาใช้ในการผลิตบางรายการมีมูลค่าที่ต่ำกว่าราคาตามบัญชี เพื่อเป็นไปตามหลักการและมาตรฐานบัญชีฉบับที่ 36 เรื่องการด้อยค่าของทรัพย์สิน บริษัทบันทึกรายการด้อยค่าของเครื่องจักรมูลค่าเท่ากับ 3.86 ล้านบาท ซึ่งได้รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายในการบริหาร (หมายหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 10)

หนี้สิน

บริษัทมีหนี้สินรวมในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับ 207.56 ล้านบาท 151.57 ล้านบาท และ 144.55 ล้านบาท ตามลำดับ ประกอบด้วย เงินกู้ยืมสถาบันการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง หนี้สินหมุนเวียนอื่น และภาระผูกพันผลประโยชน์ของพนักงาน

แหล่งที่มาของเงินทุน

เงินกู้ยืมสถาบันการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งรวมเงินเบิกเกินบัญชี ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเงินกู้ระยะยาว โดยคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ MOR/MLR/SBOR/MLR ทั้งนี้ได้นำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ยืมดังกล่าว ในส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวจะสิ้นสุดสัญญาในปี 2560 เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง คิดดอกเบี้ยอ้างอิงอัตราเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และไม่มีหลักประกัน บริษัทได้ทำการเจรจาและขอผ่อนชำระโดยจะเริ่มทยอยชำระในปี และหนี้สินภายใต้สัญญาเช่าการเงิน เพื่อซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ เงื่อนไขโดยการผ่อนชำระเป็นรายเดือน และได้สิ้นสุดสัญญาไปบางส่วนแล้ว อย่างไรก็ตามในปี 2559 บริษัทมีหนี้สินรวมลดลงจากปีก่อน เนื่องจากการชำระเงินกู้ยืมจากสถบันการเงินตามกำหนดที่ระบุในสัญญา ณ สิ้นปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เท่ากับ 1.63 เท่า 0.84 เท่า และ 0.91 เท่า ตามลำดับ บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินรวมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงลดลง

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทมีมูลค่าเท่ากับ 159.68 ล้านบาท การปรับลดลงของส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2559 มีสาเหตุมาจาก ในระหว่างปีบริษัทได้ลดผลขาดทุนสะสมกับส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเท่ากับ 20.64 ล้านบาท และสำรองตามกฎหมายเท่ากับ 2.21 ล้านบาท ในระหว่างนั้นบริษัทได้เพิ่มทุนหุ้นสามัญเพื่อออกใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับ 0.59 ล้านบาท และบริษัทมีผลขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรคงเหลือเท่ากับ 23.44 ล้านบาท

สภาพคล่องและกระแสเงินสด

ในปี 2559 บริษัทมีเงินสดสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 27.67 ล้านบาท ซึ่งมาจากขาดทุนจากการดำเนินงานก่อนภาษีเงินได้เท่ากับ 18.23 ล้านบาท ผลขาดทุนดังกล่าวได้รวมรายการที่ไม่เกี่ยวกับเงินสดดังนี้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเท่ากับ 27.52 ล้านบาท ขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือเท่ากับ 0.14 ล้านบาท ขาดทุนจากการด้อยค่าทรัพย์สินเท่ากับ 3.87 ล้านบาท และขาดทุนจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สินเท่ากับ 4.47 ล้านบาท และรายการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ซึ่งประกอบด้วยลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 7.11 ล้านบาท สินค้าคงเหลือลดลง 7.50 ล้านบาท สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 2.59 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 6.85 ล้านบาท และหนี้สินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 0.24 ล้านบาท

กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน

ในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีการใช้เงินสดเพื่อกิจกรรมลงทุนตามงบการเงินทั้งสิ้น 18.79 ล้านบาท 15.96 ล้านบาทและ 15.81 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีรายการที่สำคัญ คือค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อเป็นการทดแทนเครื่องเก่าที่ไม่สามารถใช้งานได้ และเครื่องใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตให้ทันส่งมอบแก่ลูกค้า และซื้อสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเพื่อปรับปรุงพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย

กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน

ในปี 2557 ปี 2558 ปี 2559 บริษัทมีเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงินตามงบการเงินทั้งสิ้น 8.87 ล้านบาท 9.24 ล้านบาท 16.75 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องมาจากการชำระคืนเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน การชำระเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน จ่ายชำระหนี้สินภายใต้สัญญาเช่าการเงิน การจ่ายชำระดอกเบี้ย และการรับเงินจากการจำหน่ายหุ้นสามัญ

อัตราส่วนสภาพคล่อง

บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่ประกอบไปด้วย เงินสด ลูกหนี้ และสินค้าคงเหลือในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 เท่ากับ 104.21 ล้านบาท 118.49 ล้านบาท และ 114.48 ล้านบาท น้อยกว่าหนี้หมุนเวียนในแต่ละปีซึ่งมีเท่ากับ 197.48 ล้านบาท 138.02 ล้านบาท และ 137.95 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งอาจทำให้สภาพคล่องของบริษัทอาจไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามบริษัทได้พิจารณาถึงผลกระทบและความเสี่ยงทีอาจเกิดขึ้นเพื่อให้ดำเนินงานต่อไปได้ ในปี2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 0.59 เท่า 0.91 เท่าและ 0.90 เท่าตามลำดับและมีอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วในช่วงเวลาเดียวกันเท่ากับ 0.35 เท่า 0.57 เท่า และ 0.62 เท่าตามลำดับ จากอัตราส่วนสภาพคล่องของบริษัทแสดงให้เห็นถึงการดาเนินงานตามปกติของบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนมากกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน อย่างไรก็ตามแม้บริษัทประสบปัญหาในการชำระหนี้ระยะสั้นตามอัตราส่วนสภาพคล่องก็ตาม หากไม่รวมเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง บริษัทสามารถชำระหนี้สินระยะสั้นได้ ในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีระยะเวลาการเก็บหนี้เฉลี่ยเท่ากับ 51.92 วัน 41.86 วัน และ 43.37 วัน ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการให้เครดิตหรือระยะเวลาในการรับชำระจากลูกค้าระหว่าง 30 ถึง 60 วัน ซึ่งบริษัทสามารถนำเงินที่ได้รับตามนโยบายนี้ไปใช้เพื่อวางแผนดำเนินงานจัดซื้อวัตถุดิบและชำระหนี้สินได้ทันเวลา ทั้งนี้ลูกหนี้การค้าของบริษัทส่วนมากเป็นลูกหนี้ชั้นดีที่ชำระหนี้ตรงรอบระยะเวลาการให้เครดิต ในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ยเท่ากับ 50.14 วัน 48.67 วันและ 44.95 วัน ตามลำดับ ระยะเวลาในการหมุนเวียนสินค้าอยู่ในระดับที่สามารถผลิตและจัดส่งได้ทันเวลา และไม่มีสินค้าค้างนานเนื่องจากการผลิตสินค้าของบริษัทมีการวางแผนตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งมีระยะเวลาการจัดส่งที่แน่นอน ในปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 บริษัทมีระยะเวลาการชำระหนี้เฉลี่ยเท่ากับ 101.39 วัน 80.04 วัน และ 69.95 วัน ตามลำดับ การให้ระยะเวลาการชำระหนี้ของเจ้าหนี้เป็นไปตามที่นโยบายบริษัทกำหนดซึ่งอยู่ระหว่าง 30 ถึง 90 วัน

ปัจจัยและอิทธิพลที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคต

ปัจจัยและอิทธิพลที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคตของบริษัท นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไว้ในเรื่องปัจจัยความเสี่ยง ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งอาจทำให้ความต้องการหรือกำลังซื้อของผู้ผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมยายนต์ลดลง อย่างไรก็ตามบริษัทได้ขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศที่มีฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั่วโลก โดยเร่งเพิ่มคำสั่งซื้อให้มากขึ้น ทั้งนี้บริษัทอาจมีความเสี่ยงในการผันผวนของค่าเงินสกุลต่างๆ บริษัทได้ศึกษาและเฝ้าระวังถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากการผันผวนของค่าเงินที่รุนแรง โดยวิธีต่างๆที่สถาบันการเงินและบริษัทรวมกันตัดสินใจ ด้านการตลาดในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มีการแข่งขันค่อนข้างสูง บริษัทมีคู่แข่งทางการตลาดสูงเช่นกัน อย่างไรก็ตามบริษัทได้ศึกษาและหามาตรการเพื่อกระตุ้นให้ผู้รับผิดชอบพัฒนาศักยภาพทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย เชื่อมสายสัมพันธ์สร้างพันธมิตรกับกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกัน รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้ารายเดิมให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้บริษัทได้วางแผนขยายสายการผลิตให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมอื่นมากขึ้น เช่น ใบพัดปั้มน้ำ ใบพัดเรือหางยาว และ รับหล่อหุ่นขี้ผึ้ง เป็นต้น ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและวิจัยสายงานการผลิตดังกล่าว รวมถึงการเปิดสายงานการผลิตอื่นที่จ้างให้บริษัทอื่นทำให้ เช่น งานเคลือบสี และให้บริการรับซ่อมแม่พิมพ์ เป็นต้น ด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และบริการจัดส่งที่ถูกต้องทันเวลา บริษัทยังคงคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และศึกษาพร้อมกับนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจที่เลือกบริษัทเป็นผู้ผลิตชิ้นงานให้ ในส่วนของต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและค่าเงิน บริษัทเร่งหามาตรการและรณรงค์เพื่อควบคุมและประหยัดต้นทุนที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่า เช่น ในส่วนของพลังงาน บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งแผงโซล่าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังานที่ใช้ในการผลิต ด้านแรงงานบริษัทวางแผนพัฒนาและจัดสรรกำลังพลให้มีประสิทธิภาพและรองรับการขยายงาน