This printed article is located at
https://sanko-th.listedcompany.com/mdna.html
MD & A
บริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วนอลูมิเนียมและสังกะสีขึ้นรูปตามความต้องการของลูกค้า โดยใช้แม่พิมพ์ในการผลิตเป็นหลักในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์, อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเครื่องจักรทางการเกษตร
ในปี 2568 บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานโดยรวมลดลงจากปี 2567 เล็กน้อย เนื่องจากมูลค่าการขายในประเทศที่ลดลงจากภาวะ เศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา อย่างไรก็ตามในปี 2568 บริษัทฯได้ขยายการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ของยอดขายรวม บริษัทฯ ได้ปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้เครื่องจักร มีผลทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ซึ่งโดยภาพรวมถึงแม้มูลค่าการขายรวมจะลดลง แต่บริษัทฯยังคงรักษาอัตราส่วนความสามารถการทำกำไรได้ดีกว่าปี 2567
ผลการดำเนินงาน และความสามารถในการทำกำไร
2568
- บริษัทมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 62.88 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.55 ของรายได้รวม ลดลง 5.91 หรือ คิดเป็นร้อยละ 8.58 ในขณะที่รายได้รวม เท่ากับ 735.62 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 เท่ากับ 93.73 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 11.3 โดยมีปัจจัยหลักจากยอดขายที่ลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถเพิ่มการขายส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7 ของยอดขายรวม ในขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลงจากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เครื่องจักรและการลดต้นทุนภายในบริษัท
- บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 22.52 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่อัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 20.76 ของรายได้รวม
- บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนิน เท่ากับร้อยละ 10.25 ของรายได้
2567
- บริษัทมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 68.79 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.29 ของรายได้รวม ซึ่งในปีนี้บริษัทมีรายได้รวม เท่ากับ 829.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เท่ากับ 59.78 ล้านบาทหรือ คิดเป็นร้อยละ 7.78 จากปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ซี่งมั่นใจในคุณภาพและราคาสินค้า
- บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 20.76 ของรายได้รวม (หรือร้อยละ 19.49 ของรายได้จากการขาย) เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่อัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 19.32 ของรายได้รวม
- บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนิน เท่ากับร้อยละ 11.32 ของรายได้รวม
2566
- บริษัทมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 54.61 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.10 ของรายได้รวม และมีรายได้รวมเท่ากับ 769.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 เท่ากับ 51.91 ล้านบาท หรือ คิดเป็นร้อยละ 7.23
- บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 19.32 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่อัตรากำไรขั้นต้น เท่ากับร้อยละ 14.42 ของรายได้รวม
- บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน เท่ากับร้อยละ 7.99 ของรายได้รวม
ความสามารถในการบริหารทรัพย์สิน
ในปี 2568 บริษัท มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 650.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 เท่ากับ 103.11 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.84 จากการซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2568 เพิ่มขึ้น เท่ากับ 35 ล้านบาท , ซื้อเครื่องจักรเพิ่มขึ้น เท่ากับ 61 ล้านบาท เป็นสำคัญ สินทรัพย์รวม ประกอบด้วย สินทรัพย์หมุนเวียน 313.64 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 48.23 ของสินทรัพย์รวม และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เท่ากับ 336.61 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 51.77 ของสินทรัพย์รวม
ในปี 2567 บริษัท มีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 547.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เท่ากับ 5.15 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.95 , สินทรัพย์รวม ประกอบด้วย สินทรัพย์หมุนเวียน 283.39 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 51.80 ของสินทรัพย์รวม และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เท่ากับ 263.75 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 48.20 ของสินทรัพย์รวม
ในปี 2566 บริษัท มีสินทรัพย์รวม เท่ากับ 541.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 เท่ากับ 28.32 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.51 จาก ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 35.35 ล้านบาท เนื่องจากการสั่งซื้อเครื่องจักร ตามคำสั่งซื้อลูกค้าที่เพิ่มขึ้น สินทรัพย์รวม ประกอบด้วย สินทรัพย์หมุนเวียน 279.33 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 51.54 ของสินทรัพย์รวม และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เท่ากับ 262.66 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 48.46 ของสินทรัพย์รวม
- อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ ในปี 2568 เท่ากับร้อยละ 10.50 ลดลงจากปี 2567 เนื่องจากมีการลงทุนในที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น ส่วนปี 2567 และ ปี 2566 เท่ากับ ร้อยละ 12.63 และ ร้อยละ 10.35 ตามลำดับ
- อัตราการหมุนของสินทรัพย์ ในปี 2568 เท่ากับ 1.23 เท่า ลดลงจากปี 2567 เนื่องจากรายได้การขายสินค้าลดลง โดยปี 2567 และปี 2566 เท่ากับ 1.52 เท่า และ 1.46 เท่า ตามลำดับ
- ลูกหนี้การค้าและรายได้ค้างรับสุทธิ ในปี 2568 คงเหลือ เท่ากับ 115.89 ล้านบาท ลดลงจาก ปี 2567 เนื่องจากรายได้การขายสินค้าลดลง โดยปี 2567 ยอดคงเหลือ เท่ากับ 131.18 ล้านบาท และ ปี 2566 เท่ากับ 121.40 ล้านบาท
- อัตราการหมุนเวียนลูกหนี้การค้า ในปี 2568 เท่ากับ 5.85 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 ลดลงจากรายได้การขายสินค้าลดลง และปี 2567 เท่ากับ 6.46 เท่า ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ ปี 2566 โดยปี 2566 เท่ากับ 6.23 เท่า
- ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย ในปี 2568 เท่ากับ 62 วัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยปี 2567 เท่ากับ 56 วัน ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ ปี 2566 โดยปี 2566 เท่ากับ เท่ากับ 59 วัน
- สินค้าคงเหลือ ในปี 2568 เท่ากับ 94.40 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 เท่ากับ 11.40 ล้านบาท จากรายได้การขายสินค้าลดลง และควบคุมการจัดเก็บสินค้าและอายุสินค้าเข้มงวดเพิ่มขึ้น ในปี 2567 เท่ากับ 105.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2566 ซึ่งเท่ากับ 92.91 ล้านบาท
- อัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ ในปี 2568 เท่ากับ 5.69 เท่า ในปี 2567 เท่ากับ 6.61 เท่า และในปี 2566 เท่ากับ 7.57 เท่า
- ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย ในปี 2568 เท่ากับ 64 วัน ในปี 2567 เท่ากับ 55 วัน และปี 2566 เท่ากับ 48 วัน จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและคำสั่งซื้อต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น จึงต้องทำสต็อคสินค้าเพิ่อรองรับ
สภาพคล่องและความเพียงพอของเงินทุน
ในปี 2568 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เท่ากับ 131.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2567 เท่ากับ 42.67 ล้านบาท และ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เท่ากับ 40.79 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิ ,การบริหารสินค้าคงเหลือ และรายได้ค้างรับ , กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน เท่ากับ 52.73 ล้านบาท จากการซื้อเครื่องจักร เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น, กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน เท่ากับ (22.72) ล้านบาท จากการชำระคืน เงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการจ่ายชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ และจ่ายปันผลผู้ถือหุ้น (15.83) ล้านบาท ในขณะที่ในปี 2568 มีการกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน เพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท เป็น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และลงทุนเครื่องจักรและแผงโซล่าประหยัดพลังงาน เป็นสำคัญ
- อัตราส่วนหนี้สิน ต่อผู้ถือหุ้น ในปี 2568 เท่ากับ 0.81 เท่ากับ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 เนื่องจากมีกู้ยืมเงินระยะยาวเพื่อการลงทุน เพิ่มขึ้น ในขณะที่ปี 2567 เท่ากับ 0.75 เท่า และ ปี 2566 เท่ากับ 1.11 เท่า
- อัตราส่วนสภาพคล่อง ในปี 2568 เท่ากับ 1.91 เท่า เพิ่มขึ้น จากปี 2567 จากภาระหนี้เงินกู้ระยะสั้นลดลง 21 ล้านบาท โดยปี 2567 เท่ากับ 1.64 เท่า และปี 2566 เท่ากับ 1.26 เท่า
- อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน ในปี 2568 เท่ากับ 3.14 เท่า ลดลงจากปี 2567 เนื่องจากกำไรก่อนดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคา ลดลง ประกอบกับภาระหนี้ที่ถึงกำหนดภายใน 1 ปี เพิ่มขึ้น โดยปี 2567 เท่ากับ 6.18 เท่า และ ปี 2566 เท่ากับ 3.87 เท่า
- อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย ในปี 2568 เท่ากับ 20.81 เท่า ปี 2567 เท่ากับ 26.53 เท่า และ ปี 2566 เท่ากับ 12.30 เท่า